ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วม อย. บุกค้น 7 ร้านยา จับ 7 เภสัชกรเก๊ ทลายเครือข่ายกระจายยาแก้ไอให้วัยรุ่นสาย 4x100
18 กุมภาพันธ์. 2569

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์, พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา รอง ผบช.ก., เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคบ. โดยการสั่งการของ พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ.พ.ต.อ.อนุวัฒน์ รักษ์เจริญพ.ต.อ.ชัฏฐ นากแก้วพ.ต.อ.สำเริง อำพรรณทอง, พ.ต.อ.พัฒนพงศ์  ศรีพิณเพราะ รอง ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผกก.4 บก.ปคบ., สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดย ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา, ภก.เลิศชาย เลิศวุฒิ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา, นพ.รุ่งฤทัย มวลประสิทธิ์พร รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ปฏิบัติการจับกุมกวาดล้างเครือข่ายร้านจำหน่ายยาแก้ไอในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จับกุมผู้จำหน่ายยาที่ไม่ใช่เภสัชกร จำนวน 7 ราย พบเปิดเป็นร้านยาเพื่อเป็นเครือข่ายกระจายยาแก้ไอให้วัยรุ่นใช้ผสมน้ำต้มใบกระท่อม

พฤติการณ์สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (กก.4 บก.ปคบ.) ได้จับกุมเครือข่ายผู้ผลิตยาแก้ไอปลอมและร้ายขายยาที่จำหน่ายยาแก้ไอให้กลุ่มวัยรุ่นไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ในหลายพื้นที่ก่อนหน้านี้ โดยน้ำไปผสมน้ำต้มใบกระท่อมดื่มเพื่อสร้างความมึนเมาและมีการเฝ้าระวังร่วมกันมาโดยตลอด

ต่อมาเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) พบว่า มีร้านขายยาหลายร้าน มียอดการสั่งซื้อยาแก้ไอมาจำหน่ายที่มียอดสูงผิดปกติ จึงร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนจนทราบว่า มีร้านยาลักษณะดังกล่าวนี้เป็นเครือข่ายเดียวกัน จำนวน ร้าน โดยทุกแห่งใช้บุคคลที่มิใช่เภสัชกรมาจำหน่ายยาให้กับประชาชนทั่วไป

โดยเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก. ปคบ. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ อย. ร่วมกันเข้าตรวจสอบร้านขายยาในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 7 ร้าน ได้แก่

          1. ร้านภายในซอยวชิรธรรมสาธิต 57 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร จับกุม น.ส.พัฒน์ชญาฯ (สงวนนามสกุล) อายุ 55 ปี จบการศึกษาประถมศึกษาปีที่ 6 ผู้รับจ้างขายยาให้ร้านดังกล่าว ข้อหา “ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนและไม่มีใบอนุญาต” ส่งพนักงานสอบสวน กก.บก.ปคบ.ดำเนินคดี

          2. ร้านยาภายในซอยพึ่งมี 50 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร จับกุมตัว นายสุเมธฯ (สงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี จบการศึกษามัธยมศึกษาปีที่ 3 ผู้รับจ้างขายยาให้ร้านดังกล่าว ข้อหา “ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนและไม่มีใบอนุญาต” ส่งพนักงานสอบสวน กก.บก.ปคบ.ดำเนินคดี

          3. ร้านยาภายในซอยอ่อนนุช 46 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร จับกุมตัว น.ส.ชญานิศฯ (สงวนนามสกุล) อายุ 56 ปี จบการศึกษาระดับชั้น ปวช. ผู้รับจ้างขายยาให้ร้านดังกล่าว ข้อหา “ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนและไม่มีใบอนุญาต” ส่งพนักงานสอบสวน กก.บก.ปคบ.ดำเนินคดี

          4. ร้านยาภายในซอยพัฒนาการ 20 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร จับกุมตัว    น.ส.ปิยภัทรฯ (สงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี จบการศึกษามัธยมศึกษาปีที่ 3 ผู้รับจ้างขายยาให้ร้านดังกล่าว ข้อหา “ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนและไม่มีใบอนุญาต” ส่งพนักงานสอบสวน กก.บก.
ปคบ.ดำเนินคดี

          5. ร้านยาภายในซอยพัฒนาการ 30 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร จับกุมตัว น.ส.นวพรฯ (สงวนนามสกุล) อายุ 59 ปี จบการศึกษามัธยมศึกษาปีที่ 3 ผู้รับจ้างขายยาให้ร้านดังกล่าว ข้อหา “ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนและไม่มีใบอนุญาต” ส่งพนักงานสอบสวน กก.บก.ปคบ.ดำเนินคดี

         6. ร้านยาภายในซอยพัฒนาการ 4 แขวงลาดกระบัง เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร จับกุมตัว น.ส.กนกวรรณฯ (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี จบการศึกษามัธยมศึกษาปีที่ 6 ผู้รับจ้างขายยาให้ร้านดังกล่าว ข้อหา “ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนและไม่มีใบอนุญาต และขายยาอันตรายหรือยาควบคุมพิเศษในระหว่างเภสัชกรไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่” ส่งพนักงานสอบสวน สน.ลาดกระบังดำเนินคดี

          7. ร้านยาภายในซอยรามคำแหง 50 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร จับกุมตัว น.ส.กฤติยาภรณ์ฯ (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี จบการศึกษามัธยมศึกษาปีที่ 6 ผู้รับจ้างขายยาให้ร้านดังกล่าว ข้อหา “ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนและไม่มีใบอนุญาต และขายยาอันตรายหรือยาควบคุมพิเศษในระหว่างเภสัชกรไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่” ส่งพนักงานสอบสวน สน.หัวหมากดำเนินคดี

รวมตรวจค้น 7 จุด ตรวจยึดของกลาง รวมจำนวนทั้งสิ้น 23 รายการ โดยเป็นยาแก้ไอ 5,370 ขวด, ยาแก้ปวด 601 เม็ด, ยาแก้แพ้ และยาอื่น ๆ จำนวน 826 เม็ด มูลค่า 483,430 บาท จับกุมผู้ต้องหาซึ่งไม่ใช่เภสัชกรและไม่มีความรู้ด้านเภสัชกรรม จำนวน 7 ราย โดยผู้ต้องหาจบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ จำนวน 3 ราย, มัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 3 ราย และ ปวช. 1 ราย

เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตาม

1. พระราชบัญญัติวิชาชีพเภสัชกรรม พ.ศ. 2537 มาตรา 28 ฐาน “เป็นผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมทำการประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมหรือแสดงด้วยวิธีใด ๆ ให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนเป็นผู้มีสิทธิประกอบวิชาชีพดังกล่าว โดยมิได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

2. ความผิดตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510

- ฐาน “ขายยาอันตรายในระหว่างที่เภสัชกรไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ ระวางโทษปรับ 1,000 - 5,000 บาท

-  สำหรับผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ (เภสัชกร) มีความผิดฐาน ไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ในช่วงเวลาทำการ รวมถึงไม่ควบคุมการขายยา ควบคุมการส่งมอบยาอันตราย และควบคุมการทำบัญชีซื้อและขายยาตามที่กำหนดในกฎกระทรวง” ระวางโทษปรับตั้งแต่ 1,000 - 5,000 บาท

ภญ. สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า อย. ได้เฝ้าระวังการขายยาอันตรายกลุ่มเสี่ยงโดยเฉพาะยาที่มีแนวโน้มนำไปใช้ในทางที่ผิด โดยส่วนใหญ่เป็นยาที่นำไปผสมสูตร 4x100  จากการตรวจสอบร้านขายยาที่ได้รับอนุญาต พบว่า ในช่วงปี 2567 - 2568 มีการอาศัยใบอนุญาตขายยาเพื่อขายยาอันตรายกลุ่มเสี่ยง จึงได้ขอกำลังจากกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) สืบสวนขยายผลหาเครือข่ายร้านขายยา จากการสืบสวนพบว่า ร้านขายยาที่ลักลอบขายยากลุ่มเสี่ยงจะมีพฤติการณ์การสั่งซื้อยาน้ำแก้แพ้ แก้ไอ หรือยาอันตรายกลุ่มเสี่ยงจากผู้รับอนุญาตผลิตหลายราย ภายในร้านมีการวางขายยาอื่นเพื่อบังหน้า บางแห่งพบยาหมดอายุ และบุคคลที่ขายยาไม่ใช่ผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม เจ้าหน้าที่ กก.4 บก.ปคบ. จึงร่วมกับเจ้าหน้าที่ อย. เข้าตรวจสถานที่ขายยาของเครือข่ายและจับกุมผู้กระทำความผิดได้ในที่สุด

จึงขอเตือนผู้ประกอบการที่ขออนุญาตเปิดร้านขายยาและเภสัชกรผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการควรคำนึงถึงจริยธรรมในการประกอบวิชาชีพ และปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย  สำหรับการดำเนินการกับเครือข่ายร้านขายยาทั้ง 7 แห่งนี้ ทาง อย.จะใช้มาตรการทางปกครองในการพักใช้ใบอนุญาตและดำเนินคดีกับผู้รับอนุญาต รวมถึงเสนอสภาเภสัชกรรมพิจารณาจรรยาบรรณต่อไป เพื่อไม่ให้เป็นแบบอย่างในการใช้ใบอนุญาตด้านยาเพื่อทำการขายยาไปใช้ผิดวัตถุประสงค์จนเป็นภัยต่อสังคม

สำหรับการเฝ้าระวังการลักลอบผลิตยาปลอมหรือยาไม่มีทะเบียนตำรับยานั้น ทาง อย. ได้ประสานการทำงานร่วมกับ บก.ปคบ. มาโดยตลอด แต่ยังคงพบปัญหาการลักลอบผลิตอยู่ จึงขอให้ประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตา แจ้งเบาะแสแหล่งผลิตหรือขายเพื่อลดการนำยาไปใช้ในทางที่ผิด จนเป็นสาเหตุของการเสพติดยาที่รุนแรงขึ้นตามมา สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ปกครอง คนในชุมชน และสังคม หากผู้ใดพบการลักลอบผลิต นำเข้า ขาย ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน อย. 1556 หรือ อีเมล์ 1556@fda.moph.go.th, หรือ Line: @FDAThai หรือ ตู้ปณ.1556 ปณฝ. กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี 1100

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคบ. ได้รับเบาะแสให้ตรวจสอบร้านขายยากลุ่มเสี่ยงที่เปิดเพื่อขายเฉพาะยาบางชนิดเพื่อให้กลุ่มวัยรุ่นซื้อไปผสมเครื่องดื่มสร้างความมึนเมา ไม่ได้ขายยาเพื่อมุ่งหวังให้ประชาชนซื้อยาเพื่อรักษาโรค

โดย กก.4 บก.ปคบ. ได้ร่วมกับ อย. ตรวจสอบ เฝ้าระวังการผลิตและขายยาดังกล่าวในทุกมิติ ทั้งในส่วนการผลิตยาปลอม และผู้จำหน่ายกลุ่มยาน้ำแก้ไอ ยาแก้แพ้ ซึ่งเป็นยาอันตรายไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ในกลุ่มเสี่ยง และกลุ่มวัยรุ่นในลักษณะสารเสพติดที่เรียกว่า “4x100” เพื่อหวังผลให้เกิดอาการมึนเมา จึงขอความร่วมมือประชาชนหากพบผู้ขายยาตามร้านขายยาที่ไม่ใช่เภสัชกร สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ สายด่วน ปคบ. 1135 หรือเพจ ปคบ.เตือนภัยผู้บริโภค

************************************

วันที่เผยแพร่ข่าว 18 กุมภาพันธ์ 2569  แถลงข่าว 26 /  ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

ลิงก์ต้นฉบับ

คลังรูปภาพ